หน้าแรก | บริษัทของเรา | ติดต่อเรา | เว็บบอร์ด 

 

 

 

 

๑๖ มกราคม ๒๕๕๗ วันครู วันที่รำลึกถึงพระคุณครูบาอาจารย์ผู้สอนสั่ง

   เว็บไซต์เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้  และสะสมธนบัตรไทย


แบบที่ ๑
แบบที่ ๑ รุ่น ๒
แบบที่ ๒
แบบที่ ๒ รุ่น ๒
แบบที่ ๓
แบบที่ ๓ รุ่น ๒
แบบที่ ๔
แบบที่ ๔ รุ่น ๒
แบบที่ ๔ กรมแผนที่
แบบที่ ๕
แบบที่ ๖
แบบที่ ๗
แบบที่ ๘
แบบที่ ๙
แบบที่ ๙ เลขดำ
แบบที่ ๙ เลขดำ/ร.๙
แบบที่ ๑๐
แบบที่ ๑๑
แบบที่ ๑๒
แบบที่ ๑๓
แบบที่ ๑๔
แบบที่ ๑๕
แบบที่ ๑๕ ปรับปรุง
แบบที่ ๑๖
แบบพิเศษ
เรียนรู้จากธนบัตร
                                        ธนบัตร เงินตราที่เป็นมากกว่าเงินตรา

ธนบัตร ไม่เป็นเพียงเงินตราที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย แต่ยังผูกพันกับชีวิตความเป็นอยู่ของคนเรา และเป็นบันทึกเรื่องราวที่ผ่านมาในแต่ละยุคแต่ละสมัย ทั้งทางตรงและทางอ้อม

ประเทศไทยมีการใช้เงินตรากระดาษครั้งแรกตั้งแต่ พ.ศ. ๒๓๙๖ ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ แต่ธนบัตรที่มีรูปแบบเช่นเดียวกับปัจจุบันเริ่มนำออกใช้ครั้งแรกในปี พ.ศ. ๒๔๔๕ ในรัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ โดยมีแบบของธนบัตรที่นำออกใช้จากแบบ ๑ จนถึงแบบที่ใช้ในปัจจุบัน มี ๑๖ แบบ

คลิกเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติมของธนบัตรไทยแต่ละรุ่น/แบบได้จากคอลัมน์ด้านซ้ายมือ

                                                       §  เรียนรู้จากธนบัตร

@ ทำไม ปี พ.ศ. บนธนบัตรบางฉบับไม่ตรงกับ ปี ค.ศ.

@ พระครุฑพ่าห์

@ ธนบัตรคืออะไร?

@ ธนบัตรมีใช้ในโลกครั้งแรกเมื่อไร?

@ ธนบัตรมีการใช้ในประเทศไทยครั้งแรกเมื่อไร?

@ ทำไมจึงเรียกธนบัตรแบบที่ ๑ ว่า ธนบัตรหลังขาว

@ ทำไมจึงเรียกธนบัตรแบบที่ ๒ ว่า ธนบัตรไถนา?

@ ธนบัตรแบบที่ ๔ รุ่นแรกแบ่งย่อยเป็นสองรุ่นจริงหรือ?

@ ทำไมจึงใช้ "รัถบาล" แทน "รัฐบาล" ในธนบัตรแบบที่ ๔ ถึง
    ธนบัตรแบบที่ ๗?

@ ทำไมจึงเรียกธนบัตรแบบที่ ว่าแบงก์ดอลล่าร์?

@ เงินตรากระดาษไทย

@ ไอราพต คืออะไร?

@ ตราแผ่นดิน

@ จะเริ่มสะสมอย่างไร?

                                                       §  เหตุการณ์ปัจจุบัน

 

๑๖ มกราคม ๒๕๕๗

นพชัย  วัดอักษร Ph.D.

สังคมไทย โดยเฉพาะสังคมไทยในอดีตให้การยอมรับว่าครู คือ ผู้อบรมสั่งสอน ผู้ถ่ายทอดความรู้ ผู้สร้างสรรค์ภูมิปัญญา และพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ อันจะนำไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองของสังคมและประเทศชาติ

ในปี พ.ศ. ๒๔๙๙ จอมพล ป. พิบูลสงคราม
นายกรัฐมนตรี และป
ระธานกรรมการอำนวยการคุรุสภากิตติมศักดิ์ ได้เสนอต่อที่ประชุมครูทั่วประเทศว่า

“...เนื่องจากผู้เป็นครูมีบุญคุณเป็นผู้ให้แสงสว่างในชีวิตของเราทั้งหลาย ข้าพเจ้าคิดว่าวันครูควรมีสักวันหนึ่งสำหรับให้บรรดาลูกศิษย์ทั้งหลาย ได้แสดงความเคารพสักการะต่อบรรดาครูผู้มีพระคุณ...ทุกคนคงจะไม่ขัดข้อง”

และณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๔๙๙ ให้วันที่ ๑๖ มกราคมของทุกปีเป็นวันครู การที่กำหนดให้วันที่ ๑๖ มกราคมเป็น "วันครู" ก็เพราะเป็นวันที่มีการประกาศพระราชบัญญัติครู ในราชกิจจานุเบกษา (วันที่ ๑๖ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๘)

การจัดงานวันครูครั้งแรกจัดขึ้นเมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๐๐ โดยมีจุดประสงค์ คือ การระลึกและบูชาบูรพคณาจารย์ และการปฏิญาณตนในการทำหน้าที่ครูที่ดีของผู้ที่เป็นครู

ปัจจุบัน สังคมส่วนใหญ่จะรับรู้เรื่อง “วันครู” ก็เพียงเพราะโรงเรียนไม่มีการเรียนการสอนเท่านั้น ทั้งที่ทุกคนต่างก็มี “ครู” ผู้สอนสั่งให้ความรู้กันอยู่ทั่วทุกตัวตน จะเรียกว่าลืมครูไปเลยก็ว่าได้ ที่แย่กว่านั้นคือ คนที่เป็นครูในปัจจุบันนี้หลายคน ก็ลืมไปว่าตัวเองเป็น "ครู" คิดแต่เพียงว่าครูเป็นเพียงอาชีพที่ใช้หาเงินเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ในฐานะศิษย์ มีครู ขอกราบรำลึกถึงครูบาอาจารย์ทุกท่านที่เป็นครูที่ดี ได้สั่งสอนให้มีความรู้และคุณธรรม ไว้ ณ ที่นี้เป็นอย่างสูง

กราบบูชาพระคุณครูผู้สอนสั่ง
ตัวศิษย์ยังคำนึงอยู่มิรู้สิ้น
ตราบชี
วาลาลับลงกับดิน
ไม่เคยสิ้นคำนึงถึงคุณครู

 

 

 

 

ปรับปรุงข้อมูลครั้งสุดท้ายเมื่อ 09 มกราคม 2557

 

Google Custom Search

  หน้าเว็ปนี้จะแสดงผลได้ถูกต้องเมื่อเปิดดูด้วยโปรแกรม Microsoft Internet Explorer

คุณเป็นผู้เข้าเยี่ยมชม ลำดับที่  Web Site Counters
ตั้งแต่วันพุธที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๕๐
Free Internet