หน้าแรก | บริษัทของเรา | ติดต่อเรา | เว็บบอร์ด 

 

 

 

 

๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๖ วันสุนทรภู่ June 26, 2013 Suntorn Poo's Day

   เว็บไซต์เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้  และสะสมธนบัตรไทย


แบบที่ ๑
แบบที่ ๑ รุ่น ๒
แบบที่ ๒
แบบที่ ๒ รุ่น ๒
แบบที่ ๓
แบบที่ ๓ รุ่น ๒
แบบที่ ๔
แบบที่ ๔ รุ่น ๒
แบบที่ ๔ กรมแผนที่
แบบที่ ๕
แบบที่ ๖
แบบที่ ๗
แบบที่ ๘
แบบที่ ๙
แบบที่ ๙ เลขดำ
แบบที่ ๙ เลขดำ/ร.๙
แบบที่ ๑๐
แบบที่ ๑๑
แบบที่ ๑๒
แบบที่ ๑๓
แบบที่ ๑๔
แบบที่ ๑๕
แบบที่ ๑๕ ปรับปรุง
แบบที่ ๑๖
แบบพิเศษ
เรียนรู้จากธนบัตร
                                        ธนบัตร เงินตราที่เป็นมากกว่าเงินตรา

ธนบัตร ไม่เป็นเพียงเงินตราที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย แต่ยังผูกพันกับชีวิตความเป็นอยู่ของคนเรา และเป็นบันทึกเรื่องราวที่ผ่านมาในแต่ละยุคแต่ละสมัย ทั้งทางตรงและทางอ้อม

ประเทศไทยมีการใช้เงินตรากระดาษครั้งแรกตั้งแต่ พ.ศ. ๒๓๙๖ ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ แต่ธนบัตรที่มีรูปแบบเช่นเดียวกับปัจจุบันเริ่มนำออกใช้ครั้งแรกในปี พ.ศ. ๒๔๔๕ ในรัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ โดยมีแบบของธนบัตรที่นำออกใช้จากแบบ ๑ จนถึงแบบที่ใช้ในปัจจุบัน มี ๑๖ แบบ

คลิกเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติมของธนบัตรไทยแต่ละรุ่น/แบบได้จากคอลัมน์ด้านซ้ายมือ

                                                       §  เรียนรู้จากธนบัตร

@ พระครุฑพ่าห์

@ ธนบัตรคืออะไร?

@ ธนบัตรมีใช้ในโลกครั้งแรกเมื่อไร?

@ ธนบัตรมีการใช้ในประเทศไทยครั้งแรกเมื่อไร?

@ ทำไมจึงเรียกธนบัตรแบบที่ ๑ ว่า ธนบัตรหลังขาว

@ ทำไมจึงเรียกธนบัตรแบบที่ ๒ ว่า ธนบัตรไถนา?

@ ธนบัตรแบบที่ ๔ รุ่นแรกแบ่งย่อยเป็นสองรุ่นจริงหรือ?

@ ทำไมจึงใช้ "รัถบาล" แทน "รัฐบาล" ในธนบัตรแบบที่ ๔ ถึง
    ธนบัตรแบบที่ ๗?

@ ทำไมจึงเรียกธนบัตรแบบที่ ว่าแบงก์ดอลล่าร์?

@ เงินตรากระดาษไทย

@ ไอราพต คืออะไร?

@ ตราแผ่นดิน

@ จะเริ่มสะสมอย่างไร?

                                                       §  เหตุการณ์ปัจจุบัน

 

๒๖ มิถุนายน ๒๕๕

วัสุนทรภู่ Suntorn Poo's Day

นพชัย  วัดอักษร Ph.D.

สุนทรภู่สุนทรภู่ เกิดเมื่อ วันจันทร์ ขึ้น ๑ ค่ำ เดือนแปด ปีมะเมีย จุลศักราช ๑๑๓๘ ตรงกับวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๓๒๙ ในสมัยรัชกาลที่ ๑ กล่าวกันว่าบิดาของท่านเป็นคนบ้านกล่ำ เมืองแกลง ซึ่งปัจจุบันอยู่ใน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นที่ตั้งอนุสาวรีย์ของท่าน ส่วนมารดาเป็นคนกรุงเทพฯ บิดามารดาของท่านแยกทางกัน บิดากลับไปอยู่เมืองแกลง ส่วนสุนทรภู่อยู่กับมารดาที่กรุงเทพฯ จึงได้เรียนหนังสือตั้งแต่ยังเล็ก ณ สำนักวัดชีปะขาวหรือวัดศรีสุดาราม เพราะความเป็นหนุ่มที่ชอบเรื่องของรัก ๆ ใคร่ ๆ และความเป็นนักเลงสุรา ทำให้ต้องคดีอาญา ชีวิตมีปัญหาอยู่เสมอ ซึ่งใน "นิราศภูเขาทอง" ที่ท่านได้เขียนไว้ ก็ทำให้เชื่อได้ว่าน่าจะจริงอย่างที่เขาว่ากัน

 

อ้บาปกรรมน้ำนรกเจียวอกเรา  ให้มัวเมาเหมือนหนึ่งบ้าช่างน่าอาย

ไม่เมาเหล้าแล้วแต่เรายังเมารัก     สุดจะหักห้ามจิตคิดไฉน

ถึงเมาเหล้าเช้าสายก็หายไป         แต่เมาใจนี้ประจำทุค่ำคืน

 

ชีวิตของท่านนั้นลุ่ม ๆ ดอน ๆ แม้แต่ตายไปแล้ว เมื่อทางราชการสร้างอนุสาวรีย์ให้ก็ใช้เวลานานถึงสิบกว่าปีจึงสร้างเสร็จ เริ่มสร้างตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๙๘ เสร็จเอาปี พ.ศ. ๒๕๑๓นางเงือก ภาพสีน้ำ โดย อ.จักรพันธุ์ โปษยกฤต อะไรจะขนาดนั้น...

ความเป็นเจ้าบทเจ้ากลอนที่มีฝีปากเอกของท่าน และผลงานที่ฝากไว้มากมาย เป็นนิราศ ๙ เรื่อง คือ นิราศเมืองแกลง นิราศพระบาท นิราศภูเขาทอง นิราศเมืองสุพรรณ นิราศวัดเจ้าฟ้า นิราศอิเหนา นิราศพระประธม นิราศเมืองเพชรบุรี และรวมลำพันพิลาบ นิทาน ๕ เรื่อง ได้แก่ โคบุตร พระอภัยมณี พระไชยสุริยา ลักษณะวงศ์ และ สิงหไตรภพ สุภาษิต ๓ เรื่อง คือ สวัสดิรักษา สุภาษิตสอนหญิง และ เพลงยาวถวายโอวาท บทละคร 1 เรื่อง คือ อภัยนุราช เสภา ๒ เรื่อง คือ ขุนช้างขุนแผน ตอนกำเนิดพลายงาม และ พระราชพงศาวดาร และบทเห่กล่อม ๔ เรื่อง ได้แก่ เห่จับระบำ เห่กากี เห่พระอภัยมณี และ เห่โคบุตร

ผลงานของท่านเป็นที่รู้จักแพร่หลาย ได้รับความนิยม มีการนำไปสร้างเป็นการ์ตูน ละคร ภาพยนตร์ ฯลฯ จนได้รับเกียรติจากองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ยกย่องให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก ผู้มีผลงานดีเด่นทางด้านวัฒนธรรม เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๙ เป็นเวลา ๒๐๐ ปีหลังจากท่านได้เสียชีวิตเมื่อปีเถาะ พ.ศ. ๒๓๙๘ ในสมัยของรัชกาลที่ ๔ (คนดีมีฝีมือ เชื่อในความดีมีฝีมือของตัว ก็มักจะเป็นอย่างนี้...ไม่ว่าไทยว่าเทศ ตอนอยู่ไม่มีความหมาย ตอนตายจึงจะเชิดชู...สู้ไอ้พวกดีแต่ปากไม่ได้)

เรื่องราวชีวิตของท่านได้ดีจนมีบรรดาศักดิ์เป็นถึงพระสุนทรโวหาร แต่ก็เคยถูกถอดยศลดชั้นจนแทบไม่มีแผ่นดินอยู่ เหมือนบางคนที่ตอนมีชีวิตได้ไขว่คว้าหาเงินทองมาครอบครองได้มากมาย ตอนตายแม้แต่เงินเหรียญที่เขาใส่ปากให้บาทเดียว ก็ยังเอาไปไม่ได้

ทำให้คิดถึงบทร้อยกรองใน "กฤษณาสอนน้องคำฉันท์" ในสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ซึ่งน่าจะเตือนสติหลายๆ คนที่สามารถอ่านและเข้าใจความหมายมันได้...ว่าจะงก จะเอาเปรียบ จะคดโกงกันไปถึงไหน...

พฤษภกาสร            อีกกุญชรอันปลดปลง

โททนต์เสน่งคง       สำคัญหมายในกายมี

นรชาติวางวาย         มลายสิ้นทั้งอินทรีย์

สถิตทั่วแต่ชั่วดี        ประดับไว้ในโลกา

ความดีก็ปรากฏ       เกียรติยศฤๅชา

ความชั่วก็นินทา       ทุรยศยินขจร

 

 

ปรับปรุงข้อมูลครั้งสุดท้ายเมื่อ 17 มิถุนายน 2556

 

Google Custom Search

  หน้าเว็ปนี้จะแสดงผลได้ถูกต้องเมื่อเปิดดูด้วยโปรแกรม Microsoft Internet Explorer

คุณเป็นผู้เข้าเยี่ยมชม ลำดับที่  Web Site Counters
ตั้งแต่วันพุธที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๕๐
Free Internet